007 : ที่เดิม

ทุกอย่างที่เป็นไปย่อมกลับมาที่เดิม

ลองโยนบูมเมอแรงไปดูสิ
สุดท้ายก็หมุนวนกลับมาที่เดิม

ลองดูโลกที่หมุนไปสิ
สุดท้ายก็หมุนวนกลับมาที่เดิม

ลองดูตำแหน่งของดวงอาทิตย์สิ
สุดท้ายก็หมุนวนกลับมาที่เดิม

แต่ที่เดิมนั้น ใช่ที่เดิมจริงๆ หรือเปล่านะ
โลกหมุนไป แต่ก็ใช่ว่าจะกลับมาตำแหน่งเดิม
เพราะเราไม่รู้จะอ้างอิงตำแหน่งจากไหนต่างหากล่ะ

เราจะใช้อะไรเป็นหลักยึดเหนี่ยวดี
อาจจะเป็นเสาต้นนั้น
ดวงอาทิตย์ ?
คนคนนั้น
พ่อกับแม่

หรือว่าตัวเอง

เมื่อยึดสิ่งต่างๆ เป็นที่ยึดเหนี่ยวแล้ว
เมื่อสิ่งนั้นๆ เปลี่ยนแปลงไป
และเรา ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร

เราต่างหากที่จะเป็นฝ่ายมองว่าเราเปลี่ยนแปลง

หากแต่ถ้านำตัวเองเป็นหลักยึดเหนี่ยวแล้ว
หากเราเปลี่ยนแปลงไปจริง
เราก็ไม่รู้
ว่าเราเปลี่ยนแปลงไปหรือเปล่า
ว่าเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

เพียงแต่ถ้าอยู่มาสักวันหนึ่งแล้วรู้สึก
ไม่ดี

ก็เพียงแค่เปลี่ยนแปลงเท่านั้นเอง

006 : น้ำแข็ง

เมื่อแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ลับหายไปจากตา ความมืดก็เข้ามาปกคลุมทั่วพื้นพสุธาที่เรายืนอยู่อย่างเงียบเชียบ ข้าพเจ้ารู้สึกได้ถึงความอ้างว้างโดดเดี่ยวที่เข้ามาเกาะกินหัวใจเย็นๆ ของคนหลายๆ คน รวมทั้งของข้าพเจ้า ไม่ต่างอะไรกับความมืดในจิตใจที่ย่ำกรายเข้ามา ยามที่แสงสว่างที่สถิตอยู่ภายในดวงใจดับวูบลง ข้าพเจ้าพบว่าข้าพเจ้าอยู่คนเดียว เบื้องหน้าเป็นหลังที่เห็นไวๆ ของใครบางคน คนสุดท้ายที่หายไปกับความมืดอนธการที่แสนยาวนาน อกของข้าพเจ้ามีความรู้สึกหนาวแปลกๆ เข้ามาเกาะกุม ดั่งจะพรากวิญญาณอันอ่อนแอนี้ออกไปจากร่างที่มีสภาพไม่ต่างอะไรกับซากโครงกระดูกแห้งๆ

ยามค่ำคืนผ่านไปอย่างเชื่องช้า ใบหญ้าหนักอึ้งไปด้วยน้ำค้างที่เย็นยะเยือก ดั่งจิตใจอันหนาวเหน็บเมื่อตอนที่เทียนแห่งกำลังใจดับวูบ ข้าพเจ้ารู้สึกถึงเกล็ดน้ำแข็งที่ฝังตัวลึกอยู่ในหัวใจของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ารู้สึกได้ถึงความเหน็บหนาวที่แผ่ซ่านออกมาจากเกล็ดน้ำแข็งเหล่านั้น เกล็ดน้ำแข็งที่เสียดแทงเข้าไปลึกสุดใจของข้าพเจ้า

ความเงียบงันก็ไม่ต่างอะไรกับน้ำแข็งที่คุกคามจิตใจของข้าพเจ้า เมื่อยามที่ข้าพเจ้าไม่มีใคร ข้าพเจ้ารู้สึกเหมือนความเงียบมีกำลังมากเหลือ มันออกแรงบีบไปทั่วทุกส่วนของร่างกายข้าพเจ้า ทั้งบีบให้คอของข้าพเจ้าตีบตัน บีบให้น้ำตาที่หนักแสนหนักไหลออกมาจากซอกตาอย่างโหดร้าย บีบให้ข้าพเจ้าอยากจะร้องตะโกนดังๆ แต่ทำไม่ได้

ข้าพเจ้ามองขึ้นไปข้างบน ดาวทอแสงระยิบระยับบนฟากฟ้า แสงดาวเหล่านี้เป็นหนึ่งในสิ่งไม่กี่อย่างที่ยังคงหัวใจของข้าพเจ้าไว้ ไม่ให้ถูกเกล็ดน้ำแข็งเกาะกุมกัดกินจนสิ้น

ดวงดาวทอแสงอย่างอ่อนโยนปรานีมายังข้าพเจ้า และทันใดนั้น แสงดาวก็ค่อยๆ จางหายไป เมฆฝนสีดำคล้ำเคลื่อนเข้ามาปกคลุมแทนที่ท้องฟ้าที่โปร่งโล่ง เสียงฟ้าร้องดังสนั่นเข้าทำลายความเงียบที่ดำเนินไปนานเหลือ แต่แทนที่ความหม่นหมองใจจะลดลง มันกลับเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ข้าพเจ้ารู้สึกตื่นกลัวกับเสียงดังที่ข้าพเจ้าว่าไปแล้ว และทำให้หัวใจของข้าพเจ้าหดเล็กลงไปอีก ข้าพเจ้ากำลังรู้สึกว่าข้าพเจ้าอยู่เดียวดายบนโลกใบนี้

ข้าพเจ้ารู้สึกว่าหัวใจของข้าพเจ้าถูกบีบคั้นอย่างโหดร้าย ข้าพเจ้ารู้สึกว่าโลกนี้ช่างหมองหม่นและสีเทาสิ้นดี ข้าพเจ้ารู้สึกว่าการมีอยู่ของวิญญาณของข้าพเจ้านั้นไม่มีประโยชน์ต่อไปอีกแล้ว

ข้าพเจ้าหยิบสิ่งหนึ่งขึ้นมาจากพื้น ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าสิ่งนั้นมาอยู่ตรงนั้นได้อย่างไร คงจะเป็นพรที่ประทานมาจากสวรรค์ชั้นบนล่ะกระมัง ฟ้าร้องเสียงดังอีกครั้ง แสงที่บ้าบิ่นบนฟากฟ้าตกกระทบสิ่งของสิ่งนั้นเป็นประกายวับ น้ำฝนที่เย็นจัดไหลลงมาตามคมมีด ถ้ามันมีชีวิตคงกรีดร้องด้วยเสียงที่ดังจนโลกทั้งโลกทลายไปเลยกระมัง

ข้าพเจ้ามองดูฟากฟ้าดำมืดเป็นครั้งสุดท้าย และสิ่งที่อยู่ในมือของข้าพเจ้าก็เสียดแทงเข้าไปในอกของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ารู้สึกถึงแผ่นเหล็กเย็นๆ ที่ฝังลึกอยู่ในหัวใจ ข้าพเจ้ารู้สึกถึงเลือดที่เย็นราวน้ำแข็งทะลักออกมาอย่างไม่ขาดสาย แต่ยังไม่ทันที่มันจะเปรอะเปื้อนใบมีดก็ถูกฝนที่เย็นกว่าชะล้างไปเสียสิ้น ใบมีดแทงลึกเข้าไปเรื่อยๆ แต่ข้าพเจ้าหาได้รู้สึกว่ามันฝังลึกเข้าไปในจิตใจดั่งเกล็ดน้ำแข็งอันยะเยือกเย็นไม่

ฉับพลัน เมฆทั้งสิ้นบนฟากฟ้าก็หายไป ฝนเม็ดสุดท้ายตกลงมาในขณะเดียวกับแสงแรกของดวงอาทิตย์เสียดแทงผ่านฟ้า คนที่ไม่เคยคิดจะเหลียวแลข้าพเจ้ากลับเข้ามารุมล้อมข้าพเจ้า ข้าพเจ้าพบว่าถึงข้าพเจ้าจะมีคนมารุมล้อม มีคนมาอยู่ใกล้ๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้หัวใจที่เคยเย็นยะเยือกนั้นอบอุ่นขึ้นมา ตรงข้าม น้ำแข็งกลับยิ่งแผ่ซ่านความเย็นให้เกาะกุมทั้งหัวใจ ทั้งร่างอันบอบบางนั้น

หลายคนถาม "ทำไม"
ข้าพเจ้าตอบว่า "มันสายไปเสียแล้ว ..."
แล้วดวงอาทิตย์ทั้งมวลก็ดับสูญไปในลมหายใจสุดท้าย ...

ป.ล. รายละเอียดเพิ่มเติม ... ของมีคมที่มีใบมีดที่กล่าวถึงคือคัตเตอร์
ป.ป.ล. Norah Jones ถูก Daughtry เอาที่หนึ่งของชาร์ตอัลบั้ม US คืนไปแ้ล้ว ย้ากกกก แล้วตูเป็นอะไรล่ะเนี่ย

005 : สิ่งที่อยู่ตรงนี้

การมีอยู่ของทุกสรรพสิ่งเป็นไปเพราะอะไร
หรือทุกสรรพสิ่งเป็นภาพลวงตาที่ข้าพเจ้าสร้างขึ้นมาเองทั้งสิ้น

หรือผู้คนที่พูดคุยกับข้าพเจ้าเป็นสิ่งปลอม
เป็นผู้ึคนที่ถักทอมาจากอาการโรคประสาทของข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าคนเหล่านั้นมีตัวตนจริง

ข้าพเจ้าจะแน่ใจได้อย่างไร ว่าทุกสิ่งนี้ไม่ได้เป็นแค่ความฝัน
ในเมื่อความฝันนั้นอาจจะเป็นความจริงที่ข้าพเจ้าประสบอยู่ทุกวัน

สรรพศาสตร์ทั้งหลายเป็นเรื่องที่ข้าพเจ้ากุขึ้นมาจากอาการของข้าพเจ้า ?
ภาษาที่ข้าพเจ้าใช้ หรือหัดใช้ ข้าพเจ้าก็โมเมไปเองว่าคนอื่นเข้าใจ ?
ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วอาจจะไม่ต่างอะไรกับภาษาช้างเลยด้วยซ้ำ

ข้าพเจ้าคุ้นเคยอยู่แต่กับเอกภพของข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าหาได้รู้ไม่ว่ามีเอกภพอื่นอีก
อาการโรคประสาทของข้าพเจ้าจึงถักทอพวกนักวิทยาศาสตร์ที่ดูฉลาดฉิบหายมาไขปัญหา

ข้าพเจ้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าบุคคลที่ข้าพเจ้าคุยอยู่ด้วยเป็นสิ่งจริง
คนที่ข้าพเจ้าแอบชอบจะเป็นอะไรที่ไม่ใช่สิ่งที่ข้าพเจ้าถักทอขึ้นเอง
หรือโลกอินเทอร์เน็ตนี้เป็นของจริงหรือ หรือโมเด็มของข้าพเจ้าบีบบังคับให้เป็นเช่นนั้น

หากโมเด็มมีอำนาจดังว่าจริง โมเด็มก็ไม่ได้ต่างอะไรจากประสาทรับรู้เราเท่าไหร่
เพราะเครื่องมือรับสาสน์ของเราก็ทำหน้าที่เหมือนโมเด็มที่แปลงสิ่งทั่วไป ให้เข้าไปในระบบสมอง ระบบความเ้ข้าใจของเราเอง

หรือข้าพเจ้าอาจคิดมากไป
คิดไปแล้วได้อะไร
ข้าพเจ้าอาจจะสับสนเกินไปหรือเปล่า

หรือความสับสนนี้ก็เป็นหนึ่งในสิ่งโกหกที่ข้าพเจ้าถักทอขึ้นมา
ดวงดาวบนฟากฟ้าอาจจะเป็นหนึ่งในสิ่งจริงที่แฝงในสิ่งเทียมก็เป็นได้

ข้าพเจ้าสับสนว่าข้าพเจ้าจะสนใจไปทำไม
ข้าพเจ้าจำเป็นต้องรู้ด้วยหรือว่าสิ่งนี้จริงหรือไม่
ข้าพเจ้าอยากรู้จริงๆ หรือไม่ว่าโลกนี้เป็นไปเพราะเหตุใด
ข้าพเจ้ามีความจำเป็นหรือไม่ ในเมื่อมันไม่ได้ส่งผลอะไรต่อชีวิตของข้าพเจ้า

เหตุใดคนจึงคิดอะไรที่ไม่จำเป็นมากนัก
ในเมื่อรู้ทุกอย่างแล้วก็ไม่ได้ต่างอะไรกับไม่รู้อะไรเลย
ในเมื่อสิ่งที่เราต้องการจริงๆ
สิ่งที่ชีวิตต้องการจริงๆ

คือความสุขและความอบอุ่นใจ

004 : เครื่องราง

ฉันเป็นเด็กหญิงคนหนึ่ง
มีคนบอกว่าฉันหูเบา

เด็กผู้ชายคนหนึ่งบอกว่าเห็นพ่อเธอมาที่โรงเรียน
เธอก็เดินไปหาพ่อของเธอ
... แต่ไม่พบ
เด็กชายคนนั้นทำให้เกิดเสียงหัวเราะขึ้น
มันดังก้องโสตประสาทของเธออย่างโหดร้าย

เด็กหญิงกลุ่มหนึ่งบอกเธอว่า ครูเรียกให้เธอไปพบ
เมื่อเธอเดินไปที่ห้องทำงานครูและถาม
... แต่ครูกลับบอกว่าไม่
เธอพบเด็กผู้หญิงกลุ่มนั้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงหัวเราะ
มันดังก้องโสตประสาทของเธออย่างโหดร้าย

เด็กชายกลุ่มหนึ่งบอกเธอว่า บ้านของเธอไฟไหม้
เธอรีบขออนุญาตกลับบ้านทันที
... ปรากฏว่าบ้านของเธอยังอยู่ดี
เมื่อเธอกลับมาโรงเรียนอีกครั้ง เธอพบเด็กชายกลุ่มนั้นพร้อมเสียงหัวเราะ
มันดังก้องโสตประสาทของเธออย่างโหดร้าย

จนกระทั่งหญิงแก่คนหนึ่งผ่านมา
หญิงแก่ถามเธอว่ามีอะไรที่เธอต้องการไหม
เธอตอบว่า มีคนบอกว่าเธอหูเบา
เธออยากได้เครื่องราง
เครื่องรางที่ป้องกันไม่ให้เธอเชื่อใครง่ายเสียที

หญิงแก่หยิบสิ่งหนึ่งในย่ามเก่าๆ ออกมา
เป็นตุ้มหู้ระยิบระยับดูมีค่า ดูเก่าแก่
หญิงแก่ว่า นี่แหละหนู เครื่องรางที่หนูว่า
เด็กหญิงดีใจรีบหยิบตุ้มหูมาใส่

เธอเจอเพื่อน
ตัดสินใจชี้อวดเพื่อน
นี่แน่ะ เครื่องรางกันหูเบา ฉันจะไม่เชื่อพวกเธอง่ายๆ อีกต่อไปแล้ว

ป.ล. The Sweet Escape ของ Gwen Stefani กับ Akon ขึ้นไปอันดับหนึ่งของ United World Chart แล้ว แทนที่ Irreplaceable ของ Beyonce
ป.ป.ล. วันนี้ฝนทำท่าจะตกแต่ก็ไม่ตก เหี้ยจริงๆ

003 : อะไร

ผมเคยนั่งมองคนอื่นหลายครั้ง
นั่งมองคนอื่นทำอะไรที่พวกเขาทำ
ช่างน่าแปลก ที่คนช่างทำอะไรได้หลากหลาย

ดูเหมือนว่ามนุษย์จะพยายามก้าวให้พ้นจากขีดจำกัดของตน
อยากจะทำตัวให้มีอารยธรรม
อยากจะทำตัวให้ผิดแผกแตกต่างกับสิ่งมีชีวิตทั่วโลก
ที่มีเป้าหมายมาเพื่อ Survive และ Reproduce (อืมม ...)

ผมมองเห็นมนุษย์
ก็ไม่ต่างอะไรกับวานรทั้งหลาย
แขนก่ายบ่ายเบี่ยง
ขาขยับยุบยับเต็มไปหมด
เพียงแต่เราคุ้นเคยและอยู่ร่วมกับสิ่งนั้นเท่านั้นเอง

สุดท้ายแล้ว ผมก็ลงความเห็นว่า
คนไม่ได้เกิดมาเพื่ออะไรนอกจาก Survive กับ Reproduce หรอก
ผู้ชายพยายามทำอะไรก็ตามที่ไม่ทำให้ดูเหมือนกับว่า ตนมีไว้เพื่อแพร่ยีนของตนเอง
และผู้หญิงก็พยายามทำอะไรก็ตามที่ไม่ทำให้ดูเหมือนกับว่า ตนมีไว้เพื่อรับยีนของผู้ชายที่แพร่ออกมาแล้วไปผสมกับยีนของตน จากนั้นก็ผลิตผลผลิตนั้นออกมา

ถึงแม้มันจะผลดีในการอยู่รอดของมวลมนุษย์
แต่จุดประสงค์สำคัญก็เพื่อ Reproduce เกือบจะไม่ผิดแผกแตกต่างกัน
หรือเปล่าวะ

ป.ล. What Goes Around... ถูกเบียดตกจากอันดับหนึ่ง US Chart ไปแล้ว
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องสนใจชาร์ตอยู่ทุกวัน มันเป็นอุปนิสัยประจำสัปดาห์ไปแล้ว
ถูกแทนที่ด้วย This Is Why I'm Hot ของ Mims (มาจากไหนและใครวะ) ที่โดดมาจากอันดับที่ 30 กว่าๆ แทน
ป.ป.ล. เบื่อจริงๆ เลยเว้ย อยากมีเครื่องพิมพ์สีจัง